ผู้ที่มีภาวะนี้มักไม่รู้ว่าการ ถอนผมตัวเอง ไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ แต่กลับรู้สึกผ่อนคลายเมื่อได้ทำ จนกลายเป็นพฤติกรรมซ้ำๆ จนติดเป็นนิสัยซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป จะเริ่ม ผมร่วงเป็นหย่อม หรือเกิดการระคายเคือง บนหนังศีรษะ บางรายอาจถึงขั้น หนังศีรษะอักเสบ จนทำให้สูญเสียความมั่นใจ เพราะหนังศีรษะอาจจะบางลงได้ และทำให้เกิด ความเครียด มากขึ้นอีกก็ได้
แม้ โรคดึงผมตัวเอง จะฟังดูน่ากังวล แต่เป็นภาวะที่สามารถฟื้นฟู และรักษาได้ หากได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี จากผู้มีประสบการณ์ด้านจิตใจ และเส้นผม เพราะการเข้าใจปัญหาคือก้าวแรกของการเยียวยา ในบทความนี้เราจะพาคุณไปรู้จัก โรคดึงผมตัวเอง แต่สาเหตุ อาการ ไปจนถึงแล้วทางการดูแล ที่ช่วยให้กลับมามั่นใจได้อีกครั้ง
โรคดึงผมตัวเอง คืออะไร ?
โรคดึงผมตัวเอง (Trichotillomania) คือภาวะหนึ่งของ อาการทางจิต ที่ผู้ป่วยมีความต้องการ ดึงผมตัวเอง ซ้ำ ๆ โดยไม่สามารถควบคุมได้ แม้จะรู้ว่าพฤติกรรมนี้สร้างความเสียหาย ต่อเส้นผม และหนังศีรษะก็ตาม ผู้ที่มีอาการมักรู้สึกผ่อนคลายชั่วขณะเมื่อได้ถอนผม แต่จะรู้สึกผิด หรือเกิด ความเครียด มากขึ้นภายหลัง ทำให้พฤติกรรมนี้เกิดซ้ำอยู่เรื่อย ๆ และกลายเป็นวงจรที่ยากจะหยุดได้ ด้วยตนเอง
โรคนี้มักเกิดจากปัจจัยด้านอารมณ์ เช่น ความเครียด ความวิตกกังวล หรือแรงกดดันจาก ปัญหาในชีวิตประจำวัน ผู้ป่วยบางรายอาจทำพฤติกรรมนี้โดยไม่รู้ตัว เช่น ระหว่างคิดงาน อ่านหนังสือ หรือดูโทรทัศน์ เมื่อเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เส้นผมจะเริ่ม ผมร่วงเป็นหย่อม เห็นหนังศีรษะชัดเจน และบางรายอาจมี หนังศีรษะอักเสบ จากการดึงแรง หรือถี่เกินไป
แม้ โรคดึงผมตัวเองจะดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก แต่แท้จริงแล้วเป็นภาวะที่ควรได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี ทั้งในด้านจิตใจ และสุขภาพเส้นผม การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช หรือคลินิกเฉพาะทาง จะช่วยให้ผู้ป่วยเข้าใจตนเองมากขึ้น และค่อย ๆ ฟื้นฟูทั้งร่างกาย และจิตใจให้กลับมาแข็งแรงได้อีกครั้ง
สาเหตุของโรคดึงผมตัวเอง
สาเหตุของ โรคดึงผมตัวเอง ยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนแต่จากการศึกษา พบว่าเกี่ยวข้องกับปัจจัย ทางจิตใจ โดยมักเริ่มจาก ความเครียด ความกดดัน หรือความไม่มั่นคงทางอารมณ์ ผู้ที่มีภาวะนี้มักเผชิญ ปัญหาในชีวิตประจำวัน เช่น ความสัมพันธ์ การทำงาน หรือการเรียน เมื่อรู้สึกไม่สบายใจ ร่างกายจะตอบสนองด้วยการ ดึงผมตัวเอง เพื่อระบายอารมณ์ หรือคลายความตึงเครียด แค่ให้มีความรู้สึกผ่อนคลายเพียงแค่ชั่วคราว
ในบางกรณี อาการทางจิต เช่น ภาวะวิตกกังวล โรคย้ำคิดย้ำทำ(OCD) หรือภาวะซึมเศร้า อาจเป็นปัจจัยที่กระตุ้นทำให้เกิดพฤติกรรมนี้เพิ่มขึ้น การ ถอนผมตัวเอง บ่อยๆ อาจกลายเป็นพฤติกรรม ติดนิสัยโดยไม่รู้ตัว และยิ่งทำให้เกิด ผมร่วงเป็นหย่อม จนเกิด หนังศีรษะอักเสบ ตามมาในระยะยาว
นอกจากนี้ ปัจจัยทางพันธุกรรม และสารที่ไม่สมดุลย์ในระบบประสาทสมองอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถควบคุม หรือควบคุมได้ยากกว่าคนทั่วไป การเข้าใจถึงสาเหตุอย่างรอบด้าน จึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้สามารถรักษา และจัดการกับภาวะ ดึงผมตัวเอง ได้อย่างถูกต้อง รวมถึง อาการทางจิตใจ และสุขภาพเส้นผม
อาการของโรคดึงผมตัวเอง
โรคดึงผมตัวเอง (Trichotillomania) เป็นหนึ่งใน อาการทางจิต ที่ส่งผลกระทบต่อด้านร่างกาย และจิตใจ ผู้ป่วยมักมีแรงกระตุ้นเช่น ความกดดันจากการทำงาน ความเครียด การเรียน หรือความสัมพันธ์ พฤติกรรมนี้อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่รู้ตัว และเมื่อทำบ่อยครั้งจะเกิดความเคยชิน จนกลายเป็นนิสัย ที่ควบคุมได้ยาก
อาการหลักที่หมักพบในผู้ป่วยโรคดึงผมตัวเอง ได้แก่
- ดึงผมซํ้าๆ จนควบคุมไม่ได้
ผู้ป่วยมักเป็นผลจากหนังศีรษะ คิ้ว หรือขนตา ทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ เฉพาะในช่วงที่รู้สึกเกิดความเครียด หรือวิตกกังวล
- รู้สึกเครียดก่อนดึง และโล่งใจหลังดึงผม
ก่อนจะเริ่ม ถอนผมตัวเอง ผู้ป่วยจะรู้สึกกดดัน หรือไม่สบายใจ แต่หลัง ดึงผมตัวเอง กลับรู้สึกโล่ง ผ่อนคลาย และสงบขึ้นเพียงชั่วคราว ก่อนจะรู้สึกผิดตามมา
- ผมร่วงเป็นหย่อม และหนังศีรษะอักเสบ
การดึงผมซ้ำๆ ทำให้ผมขาดหลุดร่วงไม่สม่ำเสมอ เห็นหนังศีรษะชัดเจน ผมร่วงเป็นหย่อม บางรายอาจเกิดอาการ หนังศีรษะอักเสบ จากการดึงแรงเกินไป หรือดึงซ้ำที่เดิมบ่อยๆ และอาจต้องใช้เวลานานในการฟื้นฟูเส้นผม และหนังศีรษะ
- พฤติกรรมร่วมอื่นๆ
เช่น การดึงขนตามร่างกาย การกัด หรือการเคี้ยวเส้นผมที่ดึงออกมา ซึ่งเป็นวิธีคลาย ความเครียด ของร่างกายโดยไม่รู้ตัว
- ผลกระทบทางจิตใจ
ผู้ที่มีอาการ โรคดึงผมตัวเอง มักรู้สึกอับอาย ไม่มั่นใจในภาพลักษณ์ของตนเอง และพยายามปกปิดบริเวณที่ผมร่วง เช่น การใส่หมวก หรือวิกผมอยู่เสมอ ซึ่งเป็นสาเหตุจากการขาดความมั่นใจ และยิ่งทำให้เกิด ความเครียด สะสม และส่งผลให้เกิดพฤติกรรมซ้ำๆ อีก
ผลกระทบของโรคดึงผมตัวเอง
โรคดึงผมตัวเอง (Trichotillomania) ไม่เพียงส่งผลต่อรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น แต่ยังส่งผลลึกถึงสภาพจิตใจ และความสัมพันธ์ในชีวิตประจำวันด้วย พฤติกรรม “ดึงผมตัวเอง” ซ้ำ ๆ มักเริ่มจาก ความเครียด หรือแรงกดดันทางอารมณ์ และค่อยๆ พัฒนาเป็นวงจรที่ควบคุมยาก ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี อาการอาจรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นการเริ่มสร้างความเสียหาย ทั้งด้านร่างกาย และจิตใจ
ผลต่อสุขภาพเส้นผม และหนังศีรษะ
การถอนผมซ้ำๆ ส่งผลให้เกิด ผมร่วงเป็นหย่อม อย่างเห็นได้ชัดเจน เพราะเส้นผมใหม่จะขึ้นช้า หรือบางครั้งอาจไม่งอกขึ้นกลับมาเลย ถ้ามีการดึงแรง หรือถี่เกินไปจะทำให้เกิดบาดแผล และเสี่ยงต่อการติดเชื้อจนเกิด หนังศีรษะอักเสบ และอาจเกิดรอยแดง หรือมีแผลเรื้อรังที่จะต้องได้รับการดูแลจากแพทย์เฉพาะทาง
ผลต่อสภาพจิตใจ และความมั่นใจในชีวิตประจำวัน
ผู้ที่มีภาวะ โรคดึงผมตัวเอง มักรู้สึกกังวล และสูญเสียความมั่นใจเพราะผมบางจนเกิดอาการจิตตก โดยเฉพาะเมื่อผมร่วงมากจนเห็นได้ชัด อาการเหล่านี้อาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้า หรือรู้สึกโดดเดี่ยวจากสังคม ความรู้สึกผิด และความเครียดสะสมที่ทำให้เกิดพฤติกรรม ดึงผมตัวเอง ซ้ำอีกโดยไม่รู้ตัว
ผลต่อความสัมพันธ์และการใช้ชีวิต
การเผชิญกับ โรคดึงของตัวเอง ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตโดยรวม ผู้ป่วยบางรายหลีกเลี่ยงการพบปะผู้คน ไม่กล้าเข้าสังคม หรือมีปัญหาความสัมพันธ์กับคนรอบข้างจากความไม่มั่นใจในตัวเอง จากการ ถอนผมตัวเอง บ่อยๆ หากไม่ได้รับการช่วยเหลือ อาจทำให้การเรียน การทำงาน หรือ ปัญหาในชีวิตประจำวัน ถูกรบกวน จึงควรได้รับการดูแลทางด้านร่างกาย และจิตใจอย่างเหมาะสมเพื่อฟื้นฟูความสมดุลชีวิตอีกครั้ง
วิธีเลิกดึงผมตัวเอง และแนวทางรักษาโรคดึงผมตัวเอง
การรักษา โรคดึงผมตัวเอง (Trichotillomania) จำเป็นต้องดูแลทั้งด้านร่างกาย และจิตใจควบคู่กัน เพราะภาวะนี้มี ปัญหาในชีวิตประจำวัน จนกลายเป็น อาการทางจิต และ ความเครียด สะสม ผู้ป่วยจึงควรได้รับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อวางแนวทางการบำบัดที่เหมาะสม และปลอดภัย ทั้งในด้านจิตเวช พฤติกรรม และการฟื้นฟูเส้นผมหลังอาการดีขึ้น
การรักษาทางจิตเวช และจิตบำบัด
แนวทางในการรักษา คือ การจิตบำบัด (Cognitive Behavioral Therapy: CBT) ซึ่งให้ผู้ป่วยคำนึงถึงแรงกระตุ้นที่ทำให้ตัวเองเกิดอาการ ดึงผมตัวเอง และเรียนรู้อารมณ์ ก่อนจะเกิดพฤติกรรมซํ้า ในบางกรณีแพทย์อาจพิจารณาใช้ยาเพื่อลดอาการวิตกกังวล หรือภาวะซึมเศร้าที่มักมาควบคู่กับ โรคดึงผมตัวเอง การรักษาอย่างต่อเนื่องจะช่วยลดอาการอยาก ถอนผมตัวเอง ได้ทีละเล็กน้อยจนอาการความอยาก ดึงผมตัวเอง หายไป และป้องกันอาการกลับมา ในระยะยาว
การปรับพฤติกรรมเพื่อลดความเครียด
การจัดการ ความเครียด เป็นหัวใจสำคัญของ วิธีเลิกดึงผม ผู้ป่วยควรหากิจกรรมช่วยระบายอารมณ์ เช่น ออกกำลังกาย ทำสมาธิ เขียนบันทึก หรือฝึกหายใจลึกๆเพื่อควบคุมอารมณ์ในช่วงที่รู้สึกตึงเครียด การมีสภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลาย และได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว หรือคนใกล้ชิด จะช่วยให้การฟื้นฟูมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น
การดูแลหนังศีรษะ และเส้นผมหลังอาการดีขึ้น
เมื่อพฤติกรรม ถอนผมตัวเอง ลดลงแล้ว ควรใส่ใจในการฟื้นฟูสุขภาพเส้นผม และหนังศีรษะควบคู่กันไปด้วย เพื่อป้องกันปัญหา ผมร่วงเป็นหย่อม หรือหนังศีรษะอักเสบ และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิวหนัง เช่น แชมพูสูตรอ่อนโยน หรือมีสารสกัดที่ทำจากธรรมชาติ หรือการเข้ารับดูแลจากผู้มีประสบการณ์ด้านเส้นผมกับ DHI Thailand เพื่อเส้นผมที่คืนกลับมาดกหนาเหมือนเดิม การกระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผม ช่วยฟื้นฟูความมั่นใจ ให้กลับมาอีกครั้ง ปัจจุบันมีเทคโนโลยีช่วยกระตุ้นการงอกของเส้นผม หรือการใช้ทรีตเมนท์กระตุ้นรากผม เช่น FRM (Follicular Regenerative Matrix) และ ALMI (Autologous Lipocyte Micrograft Injection) ซึ่งใช้เซลล์รากผมของตัวเองในการซ่อมแซม และกระตุ้นรากผมให้กลับมาทำงาน ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยให้เส้นผมใหม่ขึ้นแข็งแรง หนาแน่น และเสริมความมั่นใจให้กลับมาอีกครั้ง
สรุป
โรคดึงผมตัวเอง (Trichotillomania) เป็นหนึ่งใน อาการทางจิต ที่เกิดจากความเครียด ความวิตกกังวล หรือปัญหาในชีวิตประจำวัน ผู้ที่มีอาการเหล่านี้มักรู้ตัวว่าการ ดึงผมตัวเอง อาจสร้างความเสียหาย ให้กับหนังศีรษะได้ แต่ไม่สามารถหยุดการกระทำได้ จนทำให้เกิด ผมร่วงเป็นหย่อม หรือ หนังศีรษะอักเสบ หากปล่อยไว้นานอาจส่งผลกระทบทั้งสุขภาพจิตใจ และความมั่นใจ การเข้าใจสาเหตุ และเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เป็นสิ่งสำคัญในการฟื้นฟูทั้งร่างกาย และจิตใจ รวมถึงสุขภาพเส้นผมให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง
ในขณะเดียวกันหากเกิดปัญหาเส้นผม หรือหนังศีรษะจากพฤติกรรม ชอบถอนผมตัวเอง หรือดึงผมตัวเอง จนเสียความมั่นใจ และไม่สามารถหยุดพฤติกรรมดังกล่าวได้ DHI Thailand พร้อมด้วยทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ ด้านการฟื้นฟูเส้นผม และการปลูกผม เราพร้อมให้คำแนะนำ คำปรึกษาทางด้านเส้นผม พร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และวิธีการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อให้คุณกลับมามั่นใจในรูปลักษณ์ และสุขภาพเส้นผมได้อีกครั้ง







